ชิบูอิ คลินิก ร้อยไหม
ชิบูอิ คลินิก ร้อยไหม

ร้อยไหมยกกระชับใบหน้า

การร้อยไหมยกกระชับใบหน้าคือแก้ปัญหาผิวหนังบนใบหน้าที่หย่อนคล้อยด้วยการใช้เส้นไหมละลายสอดเข้าไปใต้ผิวหน้าเพื่อกระตุ้นให้เนื้อเยื่อนั้นยกกระชับให้กลับเต่งตึงและดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด การทำเช่นนี้ส่งผลให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อใต้ผิวใบหน้าและมีการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่บริเวณรอบเส้นไหม ทำให้ผิวหน้าถูกดึงรั้งจนเต่งตึง ทั้งยังช่วยให้เลือดไหลเวียนมาเลี้ยงผิวหนังบริเวณดังกล่าวมากขึ้น

เส้นไหมที่สอดเข้าไปในผิวหน้านั้นคืออะไร ? การยกกระชับใบหน้าด้วยวิธีการร้อยไหมนั้น เส้นไหมที่ใช้ในกระบวนการนี้มีหลายชนิด แต่ที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือเส้นไหมละลาย PDO ทำจากโพลีไดออกซาโนน (Polydioxanone) ใช้ในการเย็บแผลผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจ ที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้และได้รับการรับรองความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งเส้นไหมที่อยู่ภายในผิวหน้านั้นจะค่อย ๆ สลายตัวไปเองภายใน 8 เดือน


โปรโมชั่น

แพทย์ผู้บริหาร

น.พ. นัทธี กุลทัศนศิลป์
Line-Art

น.พ. นัทธี  กุลทัศนศิลป์
Dr. Natthee Kooltasnasilp

  • Certificate of Lipo V Face & Body l K2 Plus Gold l K2 Plus PDO l K2 Plus PLLA Thread, K2 International, South Korea
    .
  • Certificate of PRFM & PDRN Novel Growth Factors in Dermatology, SELPHYL, Dermalink Thailand
    .
  • Certificate of Anti-Aging Medicine Program, Thai Society of Anti-Aging and Regenerative Medicine, Thailand
    .
  • Certificate of New Frontier in Aesthetic Dermatology and Cosmetic Surgery ASEAN 2016, Mae Fah Luang University, Chiang Rai
    .
  • Certificate of The Scientific Program, Dermatology Society of Thailand
    .
  • Certificate of In Recognition of Completion for Double Fix Pyramid Certificate Course, Double Fix Pyramid
    .
  • Certificate of Anti-Aging and Aesthetic Medicine, The American Academy of Anti-Aging Medicine
รีวิวร้อยไหมยกกระชับ
อ่านรีวิวคลิ๊ก

รูปภาพเคสรีวิว

การยกกระชับผิวหน้าด้วยวิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหนังบนใบหน้าที่หย่อนคล้อย และมีความต้องการยกกระชับผิวหน้าให้เต่งตึง แต่เนื้อเยื่อต้องไม่ยุบตัวหรือผิวหนังต้องไม่หย่อนคล้อยมากเกินไป เพราะหากผิวหนังหย่อนมากเนื่องจากอายุหรือมีน้ำหนักตัวมาก อาจต้องใช้วิธีนี้ร่วมกับวิธีอื่น ๆ จึงจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน

นอกจากนี้ อาจให้ผลดียิ่งขึ้นหากใช้วิธียกกระชับอื่น ๆ ร่วมด้วยในภายหลังการร้อยไหม โดยเฉพาะวิธีที่ไม่ใช้การศัลยกรรม ซึ่งจะให้ผลดีมากกว่า เช่น การใช้ไหมที่มีเงี่ยงร่วมกับการทำฟิลเลอร์หรือฉีดสลายไขมันที่ใบหน้า หรืออาจใช้กับผู้ที่เพิ่งเข้ารับการผ่าตัดยกหน้าไป แต่ยังไม่พร้อมสำหรับการผ่าตัดครั้งต่อไป ในกรณีนี้อาจเลือกการร้อยไหมแทนได้เช่นกัน

อันดับแรกคือประเมินความเหมาะสมของคนไข้ต่อการร้อยไหม โดยซักถามประวัติสุขภาพและตรวจดูว่ามีโรคหรือภาวะที่ไม่แนะนำให้เข้ารับการร้อยไหมหรือไม่ เช่น โรคแพ้ภูมิตัวเอง ไวรัสตับอักเสบ บี ไวรัสตับอักเสบ ซี ติดเชื้อเอชไอวี หญิงตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร กำลังใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด มีภาวะติดเชื้อ หรือเคยเกิดแผลเป็นคีลอยด์

หากไม่มีภาวะใด ๆ ข้างต้น แพทย์จะสอบถามถึงผลลัพธ์ที่คาดหวังจากการร้อยไหมและแจ้งให้ทราบถึงผลลัพธ์ตามความเป็นจริง ข้อจำกัด ผลข้างเคียง และภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างละเอียด ก่อนจะให้เวลาคนไข้ได้ตัดสินใจ หากคนไข้ยอมรับข้อจำกัดดังกล่าวได้จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนการรักษา

นอกจากนี้ คนไข้จะได้รับการประเมินสภาพผิว เพื่อดูว่าควรใช้เส้นไหมประเภทใดและจำนวนเท่าไรในการทำ รวมถึงประเภทของยาชาเฉพาะที่และปริมาณที่ต้องใช้ และมีการถ่ายภาพก่อนการรักษาเพื่อเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงหลังเข้ารับการรักษาให้เห็นด้วย

  • เข้ารับคำปรึกษากับคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปหน้าโดยเทคนิคการร้อยไหม
  • ฉีดยาชาในบริเวณที่จะทำการร้อยไหม
  • คุณหมอจะทำการร้อยไหมทีละเส้น และจะเห็นการเปลี่ยนแปลงทันที
  • ทายาและปิดแผลที่สอดไหมเข้าไปบริเวณใบหน้า แผลเป็นจุดเล็กๆ ไม่ต้องเย็บแผล

แบ่งออกเป็น เส้นไหมชนิดที่ละลายไม่ได้และเส้นไหมชนิดที่ละลายได้

1. เส้นไหมชนิดที่ละลายไม่ได้ ได้แก่

1.1. เส้นไหมพลาสติก polypropylene ลักษณะเป็นก้างปลา ปัจจุบันไม่เป็นที่นิยมแล้ว เพราะเกิดผลข้างเคียงเยอะ เช่น การอักเสบบริเวณปมของเส้นไหม การพบเส้นไหมแทงออกมาบริเวณใบหน้า หรือการเกิดการหักของเส้นไหม

1.2. เส้นไหมทอง หรือ Gold Thread ทำด้วยทองคำบริสุทธิ์ 99.99% เส้นไหมทองจะช่วยกระตุ้นการสร้างคลอราเจนและผังพืดใต้ชั้นผิวได้ดี  แต่การร้อยเส้นไหมทอง ก็มีข้อจำกัด คือ มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และ หลังร้อยไหมแล้ว ต้องหลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์บางตัว เพราะเลเซอร์บางตัวอาจทำให้เส้นไหมทองขาดได้ และไม่เหมาะในผู้ที่แพ้โลหะ เพราะอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ง่าย เมื่อเกิดการแพ้แล้ว อาจต้องรักษาโดยการผ่าตัด และหากต้องเข้าเครื่องสแกนเอ็มอาร์ไอ (MRI) จะไม่สามารถทำได้ เพราะตัวเส้นไหมทองจะร้อน และสั่นสะเทือน อาจทำให้ผิวบริเวณที่ร้อยเส้นไหมเกิดการไหม้ และมีโอกาสที่ใบหน้าจะผิดรูปได้

2. เส้นไหมชนิดที่ละลายได้ ได้แก่

2.1. เส้นไหม PDO (polydioxanone) เส้นไหมสามารถละลาย หายไปเอง ภายใน 6-8 เดือน แต่ช่วยกระชับผิว ได้ 2-3 ปี ทำให้เกิดผลข้างเคียงน้อย เส้นไหมละลายเป็นไหมที่ใช้ในการเย็บ กล้ามเนื้อหัวใจ และหลอดเลือด ดังนั้นโอกาสแพ้จึงน้อยมาก และจะเห็นผลหลังทำทันที่ 20 – 30% และเห็นผลเต็มที่ที่ 6 – 8 สัปดาห์ เส้นไหมชนิดนี้ยังแบ่งออกได้เป็น เส้นไหมชนิดไม่มีเงี่ยงและเส้นไหมชนิดมีเงี่ยง

เส้นไหมชนิดไม่มีเงี่ยง (Non-Barbed Thread) หรือเส้นไหมเกลียว เส้นไหมชนิดนี้จะมีซิลิโคนกลมพันอยู่รอบเส้นไหม การร้อยไหมชนิดนี้จะถูกสอดในระนาบแนวความลึกของชั้นหนังแท้ มักต้องใช้จำนวนตั้งแต่ 20 ถึงกว่าร้อยเส้นสอดเข้าไปในผิวหนัง

เส้นไหมชนิดมีเงี่ยง (Barbed Thread)  ลักษณะของเส้นไหมชนิดนี้จะมีเงี่ยงคล้ายตะขอตกปลาอยู่ตลอดเส้น การร้อยไหมจะสอดไหมในความลึกระดับชั้นไขมันใต้ผิวหนัง และเงี่ยงบนเส้นไหมจะใช้ในการพยุงชั้นไขมันและผิวหนังชั้นลึก จึงเกิดการยกกระชับเปลี่ยนรูปหน้าได้ชัดเจนทันที การร้อยไหมชนิดมีเงี่ยงมักใช้จำนวนไหมเพียง 2-10 เส้น

2.2. เส้นไหม PGA (Polyglycolic Acid) หรือเส้นไหมกรวย ไหมชนิดนี้สามารถละลาย หายไปเอง ภายใน 8-10 เดือน วิธีการร้อยไหมจะคล้ายกับไหมชนิดมีเงี่ยง คือร้อยในชั้นไขมันและผิวหนังชั้นลึก โดยใช้ตัวโคนเป็นตัวพยุงผิวและชั้นไขมันแทน จึงทำให้ผิวหน้ากระชับได้รูปเห็นผลได้ชัดเจน มักใช้จำนวนเส้นไหม 2-8 เส้น ข้อเสียคือ ในคนไข้บางรายที่ผิวบาง อาจคลำลึกๆ อาจคลำเจอตัวไหมตรงส่วนที่เป็นโคนได้

การร้อยไหมเป็นเทคนิคการยกกระชับผิวหน้าเพียงชั่วคราว โดยผลลัพธ์จะคงอยู่ประมาณ 8 เดือน ถึง 1 ปี และอาจกลับมาหย่อนคล้อยเล็กน้อยหลังจาก 6 เดือนแรก ซึ่งอาจต้องเข้ารับการร้อยไหมอีกครั้งเพื่อคงผลลัพธ์ให้ยาวนานยิ่งขึ้น โดยทั่วไปใบหน้าของผู้เข้ารับการร้อยไหมอาจบวมในตอนแรก และกลับมาดูเป็นปกติภายในประมาณ 24-48 ชั่วโมง

ผลข้างเคียงจากการร้อยไหมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือความรู้สึกเจ็บและไม่สบายใบหน้า นอกจากนี้ อาจมีอาการบวม ฟกช้ำ เกิดการเคลื่อนตัวของไหม ผลข้างเคียงเหล่านี้มักหายไปเองเมื่อผ่านไปหลายวัน ทั้งนี้ ไหมแต่ละประเภทอาจมีผลข้างเคียงแตกต่างกันไป ไหมเส้นเรียบที่ไม่มีเงี่ยงหรือเกลียวอาจทำให้มีอาการฟกช้ำ ส่วนไหมที่มีเงี่ยงนั้นอาจทิ้งรอยสอดไหมไว้ให้เห็นได้ และในช่วงแรกผิวหนังของคนไข้มักมีลักษณะผิดปกติไปจากเดิมเล็กน้อย ซึ่งอาจทำให้รู้สึกไม่มั่นใจหรือเป็นกังวลได้ ดังนั้น ในขั้นตอนก่อนทำจึงควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับผลข้างเคียงจากการใช้ไหมแต่ละชนิดอย่างละเอียด

  • ใบหน้าไม่เท่ากัน คนไข้อาจมีใบหน้าไม่สมมาตรกันอยุู่แล้วหรือเกิดความไม่เท่ากันของใบหน้าจากการร้อยไหมได้ แพทย์จึงอาจให้ผู้ป่วยส่องกระจกไปด้วยในระหว่างทำเพื่อสังเกตความผิดปกติดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้น
  • การติดเชื้อ เป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้น้อย เพราะแพทย์มักใช้กระบวนการฆ่าเชื้อก่อนเสมอ เพื่อความปลอดภัย
  • การอักเสบของเนื้อเยื่อ เนื่องจากไหมจะถูกร้อยลงไปที่บริเวณผิวหนังชั้นค่อนข้างลึก จึงเสี่ยงทำให้เกิดกลุ่มเนื้อเยื่อที่อักเสบขึ้นได้
  • ไหมหลุดออกมา หลังจากสอดเส้นไหมเข้าไปใต้ผิวหนัง แพทย์จะตัดปลายไหมส่วนเกินออก เพราะหากไหมยื่นออกมา คนไข้อาจเสี่ยงเกิดการติดเชื้อและการอักเสบของเนื้อเยื่อตามมา
  • ไหมแตกหัก เส้นไหมอาจเกิดการแตกหักในระหว่างขั้นตอนการสอดเข้าไปใต้ผิวหนังหรือขณะดึงรัดเส้นไหม
  • ส่วนภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงที่เกิดขึ้นได้ มีดังนี้
  • เส้นประสาทใบหน้าเสียหาย ซึ่งอาจทำให้เป็นอัมพาตที่ใบหน้าและหลอดเลือดได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะในกรณีที่ใช้เข็มในการร้อยไหม
  • มีอาการปวดเรื้อรัง
  • สัมผัสได้ถึงไหมที่ใบหน้า มักเกิดขึ้นจากการใช้ไหมชนิดมีเงี่ยง และหายไปได้เองหลังผ่านไปหลายวัน
  • มีเลือดออก
  • ประสาทการรับรู้บกพร่อง
  • ภาวะภูมิไวเกิน คือ ภาวะที่ร่างกายตอบสนองต่อสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้มากกว่าปกติ.
  • การร้อยไหมจะเห็นผลทันทีหลังทำ
  • ช่วยแก้ปัญหาผิวหน้าที่หย่อนคล้อย ซึ่งหลังจากการร้อยไหมสามารถอยู่ได้นาน
  • ทำให้รูปใบหน้าเรียวเป็นรูปทรงวีเชฟ
  • ไหมจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการหดตัวของคอลลาเจนใต้ผิว ซึ่งจะทำให้ผิวเกิดการกระชับตึงขึ้นในทันที
  • ขณะที่ไหมละลายอยู่ใต้ผิวหนัง จะทำให้เกิดการกระตุ้นสร้างเส้นเลือดใหม่ ทำให้ผิวเกิดการไหลเวียนเลือดที่ดีขึ้น
  • ทำให้ผิวเต่งตึงยกกระชับมากขึ้น และได้ผลต่อเนื่องนาน
  • งดการสัมผัสหน้าแรงๆ และกิจกรรมเกี่ยวกับผิวหน้า
  • ล้างหน้าอย่างเบามือ และงดแต่งหน้าด้วยรองพื้นหนาๆ เป็นเวลา 2 อาทิตย์
  • ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม ทุก ๆ 4 ชั่วโมง
  • หลังจากที่ร้อยไหมเเล้ว อาจจะเกิดอาการเจ็บแปล๊บๆ และบวมเขียวช้ำได้ ให้ใช้ผ้าห่อน้ำเเข็งคอยประคบ ทุก ๆ 4 ชั่วโมง
  • เพื่อลดอาการบวม ประคบเรื่อย ๆ ห้ามขาดภายใน 3 วันแรก จะช่วยให้อาการบวมลดลงได้เร็วขึ้น
  • งดของหมักของดอง  เครื่องดื่มแอลกฮอลล์ กลุ่มยาแอสไพริน วิตามินอี เพราะมีส่วนทำให้ผิวเกิดการฟกช้ำและเขียวช้ำ
  • หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำนอนตะแคง ซึ่งอาจส่งผลกระทบไปถึงเส้นไหมที่ทำการร้อยลงไปในชั้นใต้ผิว
  • กินยาแก้อักเสบ เพื่อป้องกันผลกระทบต่าง ๆ ที่เกิดจากการร้อยไหม เช่น ปวด บวม เขียวช้ำ

บทความ

ร้อยไหมยกกระชับ
ฉีดเมโสแฟตช่วยสลายไขมันได้อย่างไร

Related Services

Shibui Clinic

Contact Information

บริษัท เดอร์มาเพิร์ล จำกัด
เปิดให้บริการทุกวัน 11.00 – 20.00 น.

โทร : +66 (0) 99 228 2992
โทร : +66 (0) 2 102-1198

เพิ่มเพื่อน

Location