บำบัดฟื้นฟูความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย

การบำบัดฟื้นฟูความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย

เพราะหน่วยย่อยที่เล็กที่สุดในร่างกายของเรา คือ เซลล์ และ ภาวะการณ์เจ็บปวดและเกิดโรคของร่างกาย เกิดจากเซลล์อวัยวะต่างๆเสื่อมลงจาก มลภาวะสภาพแวดล้อมและอาหารที่เต็มไปด้วยสารพิษ โรคภัยไข้เจ็บและโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดัน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ร่วมถึงโรคมะเร็ง ก็เกิดจากความเสื่อมของเซลล์นั้นเอง

.

การรักษาโดยการใช้ Cell Therapy 

การรักษาโรคที่เกิดจากความเสื่อมโทรมของเซลล์ในอวัยวะต่างๆ ใช้หลักการทำให้เซลล์ที่สดใหม่เข้าไปสู่ร่างกายเพื่อเพิ่มระบบต้านทานของร่างกาย โดยเซลล์ใหม่เหล่านี้จะส่งไปตามอวัยวะต่างๆ โดยเรียกขั้นตอนนี้ว่า “Homing” เมื่อเซลล์ได้รับส่วนประกอบต่างๆโดยเฉพาะ ส่วนประกอบที่เรียกว่า นิวเคลียร์ และไมโตรคอนเดรีย ในสภาพที่สมบูรณ์จะทำให้เซลล์ของเราจะฟื้นฟูความเสื่อมและอวัยวะต่างๆจะกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง เซลล์จะซ่อมแซมและฟื้นฟูตัวเองได้ โดยช่วยบำบัดความเจ็บป่วย และคืนสุขภาพที่ดีให้แก่ร่างกาย คืนความอ่อนเยาว์ให้แก่ผิวพรรณของคุณ ทำให้คุณกลับมาเป็นหนุ่มสาวกระฉับกระเฉงและมีชีวิตชีวาได้อย่างยาวนาน

.

เซลล์เพื่อความงามและเพื่อการชะลอวัยได้อย่างไร?

เพราะการใช้ชีวิตในปัจจุบัน เราต้องเผชิญกับสิ่งแวดล้อมที่มีมลภาวะ ความเครียด และสารพิษต่างๆ ทำให้เกิดความร่วงโรยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ เป็นตัวเร่งให้เกิดความเสื่อมของเซลล์ ทำให้เซลล์ไม่สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้ ก่อให้เกิดสัญญาณต่างๆ แห่งวัยเช่น ริ้วรอย สีผิวไม่สม่ำเสมอ ฝ้าฮอร์โมน ผิวหน้าหมองคล้ำ ผิวพรรณขาดความสดใส จุดสีที่เข็มขึ้น ผิวหย่อนคล้อยเหี่ยวย่น ฮอร์โมนลดลง สายตาพร่ามัวและ เข้าสู่วัยทองได้ไวมากขึ้น

การรักษาแบบเซลล์ซ่อมเซลล์ จะช่วยคืนความอ่อนเยาว์ของผิวพรรณ ซึ่งถือเป็นการแก้ปัญหาผิวที่ร่วงโรยได้อย่างแท้จริง โดยการคืนแข็งแรงให้กับเซลล์ และเมื่อเซลล์แข็งแรง ผิวพรรณก็จะอ่อนเยาว์อย่างยั่งยืน

.

เซลล์บำบัดมี 2 ประเภท (Cell Therapy)

  • เน้นรักษาเฉพาะผิวหน้า (Cell therapy: Rejuvenation )
  • เน้นรักษาสุขภาพภายใน (Cell Therapy: Booster Body)
  • เน้นรักษาเฉพาะผิวหน้า (Cell therapy: Rejuvenation)

.

ขั้นตอนการรักษา

  • ตรวจสุขภาพทั่วไป ซักประวัติ ตรวจร่างกาย วัดความดันโลหิต
    .
  • เจาะเลือดเพื่อประเมิณสภาวะของร่างกาย ว่ามีสารพิษตกค้าง โลหะหนัก ประเมิณความเสื่อมของเซลล์ภายในร่างกาย โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย โปรแกรมการตรวจเม็ดเลือดแดงสด (Live Blood Analysis)   ช่วยในการวิเคราะห์สภาวะร่างกายโดยรวม เเละสารพิษที่ตกค้าง ที่สามารถทราบผลได้ทันทีหลังเจาะเลือด
    .
  • ดีทอกซ์สารพิษ โลหะหนัก โดยการทำคีเลชั่นบำบัด และให้น้ำเกลือดีท๊อกซ์สารพิษที่ตับ (Chelation Therapy & Liver detox) เพื่อฟื้นฟูภูมิต้านทานของผิว และขจัดสารพิษ เช่นสารโลหะหนัก ก่อนที่จะรับการรักษาด้วยเซลล์บำบัด (เนื่องจากก่อนการทำเซลล์บำบัดนั้น หากร่างกายยังไม่อยู่ในสภาวะที่ร่างกายฟื้นฟูแล้ว ยังมีสารพิษโลหะหนักตกค้างมาก ร่างกายยังขาดวิตามิน เมื่อทำการรักษาด้วยเซลล์บำบัด ผลการรักษาจะไม่มีประสิทธิผล เท่ากับเคสที่ทำการดีท๊อกซ์สารพิษก่อนทำการรักษา เพื่อผลการรักษาที่ได้ผลมากขึ้น) แนะนำให้ทำการดีท๊อกซ์อย่างน้อย 3-5 ครั้งก่อนทำการฉีดเซลล์บำบัด
    .
  • รักษาด้วยเซลล์บำบัด (Cell Therapy : Rejuvenation) แปะยาชาทั่วใบหน้าโดยใช้เวลานานประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง
    .
  • ยิงเลเซอร์ Ultra IPL เพื่อเตรียมผิวก่อนการฉีดสเต็มเซลล์ ทำให้ผิวสามารถได้รับสารอาหารและสเต็มเซลล์ได้ดีมากยิ่งขึ้น
    .
  • ฉีดสเต็มเซลล์สดไปทั่วใบหน้า เพื่อให้ได้ผลการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว และช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย ลดเม็ดสี ลดรอยคล้ำ ลดจุดด่างดำ ใบหน้าจะดูสว่างสดใสมากขึ้น รูขุมขนกระชับ ผิวหน้าเรียบเนียน ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์ขึ้น

.

ผลการรักษา

ผลการรักษาจะเห็นชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆขึ้นกับสภาพผิวแต่ละคน โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงภายใน 2 สัปดาห์ – 2 เดือน ภายหลังการฉีดสเต็มเซลล์

  • ผิวหน้าจะดูชุ่มชื้น เนียนนุ่มขึ้น ผิวหน้ากระจ่างใสเงามากขึ้น แต่งหน้าแล้วแป้งจะติดทนนานมากขึ้น
  • ผื่นผิวแพ้ง่ายจะลดลง เพราะเซลล์ผิวที่แข็งแรงมากขึ้น
  • ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
  • ภายหลังการรักษาจะมีรอยเข็มเขียวช้ำเล็กน้อย และอาจบวมเล็กน้อยและหายเองใน 3-7 วัน

.

การดูแลภายหลังการรักษา

  • แนะนำให้มาให้น้ำเกลือเพื่อดีท๊อกซ์สารพิษ และทำคีเลชั่นต่อเนื่อง สัปดาห์ละครั้ง เพื่อผลการรักษาที่ดีมากขึ้นเรื่อยๆ
  • ให้ดื่มน้ำมากๆอย่างน้อยวันละ 1 ลิตร และนอนพักผ่อนให้เพียงพอ
  • แนะนำให้ทำการรักษาด้วยเซลล์บำบัดที่ใบหน้า ทุกๆ 4-6 เดือน

.

เน้นรักษาสุขภาพภายใน (Cell Therapy : Booster Body)

ขั้นตอนการรักษา

  • ตรวจสุขภาพทั่วไป ซักประวัติ ตรวจร่างกาย วัดความดันโลหิต
    .
  • เจาะเลือดเพื่อประเมินสภาวะของร่างกาย ว่ามีสารพิษตกค้างหรือไม่ เป็นการตรวจโลหะหนักในร่างกาย เพื่อประเมินความเสื่อมของเซลล์ภายในร่างกาย โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย โปรแกรมการตรวจเม็ดเลือดแดงสด (Live Blood Analysis) ช่วยในการวิเคราะห์สภาวะร่างกายโดยรวม และสารพิษที่ตกค้าง ที่สามารถทราบผลได้ทันทีหลังเจาะเลือด
    .
  • ดีทอกซ์สารพิษ โลหะหนัก โดยการทำคีเลชั่นบำบัด และให้น้ำเกลือดีท๊อกซ์สารพิษตับ (Chelation Therapy & Liver detox ) เพื่อฟื้นฟูภูมิต้านทานของผิว และขจัดสารพิษ เช่นสารโลหะหนัก ก่อนที่จะรับการรักษาด้วยเซลล์บำบัด ( เนื่องจากก่อนการทำเซลล์บำบัดนั้น หากร่างกายยังไม่อยู่ในสภาวะที่ร่างกายฟื้นฟูแล้ว ยังมีสารพิษโลหะหนักตกค้างมาก ร่างกายยังขาดวิตามิน เมื่อทำการรักษาด้วยเซลล์บำบัด ผลการรักษาจะไม่มีประสิทธิผล เท่ากับเคสที่ทำการดีท๊อกซ์สารพิษก่อนทำการรักษา เพื่อผลการรักษาที่ได้ผลมากขึ้น )
    .
  • รักษาด้วยเซลล์บำบัด (Cell Therapy) โดยใช้เวลานานประมาณ 30 นาที -1 ชั่วโมง ในการฉีดเข้าทางสายน้ำเกลือแล้วค่อยๆหยดเข้า เหมือนการรักษาให้น้ำเกลือที่รพ.
    .
  • ภายหลังการให้เซลล์บำบัด ให้นอนพักผ่อนประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง

.

ผลการรักษา

  • เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงสุขภาพภายใน โดยหลับง่ายขึ้น หลับสนิทขึ้น ไม่อ่อนเพลียเหนื่อยง่าย สดชื่น กระปรี้กระเปร่า
  • อาการมึนเวียนศรีษะ ปวดไมเกรน ลดลง
  • ผิวหน้าและผิวกายจะเนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้น ผิวดูสุขภาพดีมากขึ้น
  • ความเสื่อมภายในเซลล์ร่างกายจะลดลง
  • ความเสี่ยงโรคประจำตัวความดันโลหิตสูง ไขมัน เบาหวานลดลง

.

การดูแลภายหลังการรักษา

  • แนะนำให้มาให้น้ำเกลือเพื่อดีท๊อกซ์สารพิษ และคีเลชั่นต่อเนื่อง สัปดาห์ละครั้ง
  • ให้ดื่มน้ำมากๆอย่างน้อยวันละ 1 ลิตร และนอนพักผ่อนให้เพียงพอ
  • แนะนำให้ทำการรักษาด้วยเซลล์บำบัด ปีละ1-2 ครั้ง

หากคุณต้องการคำปรึกษาเรื่องการดูแลผิวพรรณ คุยกับเราสิครับ

เปิดให้บริการทุกวัน 12.00 – 21.00 น.

โทร : 02 102-1198
สายด่วน : 099 228 2992

เพิ่มเพื่อน