ภูมิแพ้อาหารแฝง ภัยเงียบที่รอการคุกคาม

ภูมิแพ้อาหารแฝง ภัยเงียบที่รอการคุกคาม

การรับประทานอาหารที่เราคิดว่ามีประโยชน์ อาจเป็นอาหารที่เราแพ้ก็เป็นได้ แต่ด้วยเป็นอาการแพ้ที่ไม่รุนแรง อาการไม่ชัดเจน ทำให้เราอาจจะไม่ทราบเลย หากไม่ได้สังเกตตัวเอง หรือไม่ได้ตรวจหาสารอาหารที่แพ้

แน่นอนว่าอาหารคือส่วนหนึ่งของชีวิต การรับประทานอาหารที่เราคิดว่ามีประโยชน์ อาจเป็นอาหารที่เราแพ้ก็เป็นได้ แต่ด้วยเป็นอาการแพ้ที่ไม่รุนแรง อาการไม่ชัดเจน ทำให้เราอาจจะไม่ทราบเลย หากไม่ได้สังเกตตัวเอง หรือไม่ได้ตรวจหาสารอาหารที่แพ้

การแพ้อาหารแบบแฝง Food Intolerance คืออะไร

การแพ้แบบแฝงจะต่างออกไปจากการแพ้ปกติ ที่แสดงอาการให้เห็นทันทีหรือในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังสัมผัสสารก่อภูมิแพ้นั้น ส่วนการแพ้อาหารแบบแอบแฝง (Food Intolerance) เป็นกลุ่มอาการแสดงออกหลังจากได้รับอาหารหรือสารแปลกปลอมที่มีในอาหารเข้าสู่ร่างกายเมื่อผ่านไปสักช่วงเวลาหนึ่ง อาจเป็นหลายอาทิตย์หรือหลายเดือน โดยร่างกายจะสร้างแอนติบอดี้ชนิด IgG ซึ่งเกิดจากการทำปฏิกิริยากับอาหารที่แพ้ ซึ่งจะยังไม่ก่อให้เกิดอาการผิดปกติในทันที แต่หลายครั้งที่แอนติบอดี้ IgG ที่ร่างกายสร้างขึ้นมากลับมาทำลายเนื้อเยื่อของเราเอง หรือรบกวนระบบภูมิต้านทานทั้งร่างกายจนแปรปรวนเนื่องจากร่างกายเข้าใจผิดว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม เหตุการณ์ลักษณะนี้จะเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป หากเรายังรับประทานอาหารชนิดนั้นซ้ำ ๆ อีก ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาหลายอย่างแสดงออกมาในแต่ละคนไม่เหมือนกันขึ้นกับว่าไปรบกวนระบบใดในร่างกาย

ถ้าพบว่าเราแพ้อาหารแบบแฝง เรายังคงสามารถรับประทานอาหารกลุ่มนั้นได้ แต่เพื่อผลดีต่อร่างกาย ก็ควรจะเลี่ยงการทานอาหารไปสักระยะ เช่นในบางคนที่มีการแพ้แลคโตส (Lactose) ก็ควรเลี่ยงการดื่มนมวัว หรือทานยาที่ช่วยย่อยแลคโตสแทน

ภูมิแพ้อาหารแอบแฝงมีสาเหตุจากอะไร

  • เกิดจากพันธุกรรมของเราเองที่ร่างกายมีการสร้างระบบภูมิคุ้มกันต่ออาหารบางชนิด
  • เกิดจากระบบทางเดินอาหารผิดปกติ เช่น ระบบย่อยอาหารไม่สมบูรณ์ การดูดซึมอาหารที่ผิดปกติเนื่องจากผนังลำไส้ไม่แข็งแรง มีการรั่วของผนังลำไส้ด้านใน (Intestinal Hyper Permeability or Leaky Gut) ทำให้อาหารที่ยังย่อยไม่สมบูรณ์ ยังมีขนาดใหญ่ หลุดเข้าไป และกระตุ้นให้เกิดการแพ้
  • การเสียสมดุลของแบคทีเรียประจำถิ่นชนิดที่ดีในลำไส้ จากการรับประทานยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียเป็นประจำจนทำให้เชื้อแบคทีเรียประจำถิ่นเหล่านั้นตายลง ทำให้แบคทีเรียที่ไม่มีประโยชน์ รวมทั้งยีสต์เพิ่มปริมาณมากขึ้นจนส่งผลให้ผนังลำไส้ไม่แข็งแรง

อาการแพ้อาหารแฝง

แม้อาการของการแพ้อาหารแบบแฝงจะแสดงอาการไม่รุนแรง แต่ก็อาจเป็นเบื้องหลังของอาการน่ากวนใจบางอย่างเช่น

  • ท้องอืด ท้องผูก ท้องเฟ้อ รู้สึกอึดอัดจากลมและแก๊สในกระเพาะ
  • ปวดท้อง ท้องเสีย ลำไส้แปรปรวน
  • ปวดหัวเรื้อรัง ไมเกรน
  • ไอ จาม จมูกอักเสบ ไซนัสอักเสบ หอบหืด คัดจมูก
  • ครั่นเนื้อครั่นตัว รู้สึกไม่สบายตัว
  • อาการทางผิวหนังบางอย่างเช่น สิว ปัญหาลมพิษ ผื่นคัน ผิวบวม ผิวบวมน้ำ
  • ขอบตาดำหรือมีถุงใต้ตา
  • ปวดกล้ามเนื้อและปวดข้อ
  • อารมณ์ซึมเศร้าและแปรปรวน

เราจะทราบได้อย่างไรว่า อาหารนั้นไม่เหมาะสมกับเรา

อันที่จริง เราสามารถทราบได้ว่าเรามีภาวะภูมิแพ้แอบแฝงกับอาหารชนิดใดนั้นได้ด้วยตัวเอง คือ การสังเกตอาการผิดปกติด้วยตัวเองหลังรับประทานอาหารชนิดนั้น ๆ ซึ่งอาจสังเกตได้ยาก หรืออาจต้องจดเป็นบันทึกไว้ และมานั่งวิเคราะห์เอง

อีกวิธีหนึ่งที่ง่ายกว่าคือ ส่งเลือดตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ Food Allergy IgG หรือ Food Intolerance Test ซึ่งจะรายงานผลการตรวจออกมาเป็นระดับการแพ้ต่ออาหารแต่ละรายการ

สิ่งที่เราจะได้รับอะไรจากการตรวจนี้

การตรวจคัดกรองการแพ้อาหารแฝงนี้ จะช่วยให้เราทราบว่าเราแพ้ต่ออาหารอะไรบ้าง จากอาหาร 222 ชนิด พร้อม Booklet คำแนะนำการปฏิบัติตน สำหรับเลือกรับประทานอาหาร อาหารทดแทน โดยผลการตรวจจะรายงานแสดงอาหารที่แพ้ออกเป็นสามกลุ่ม ตามความเข้มของการแพ้ (น้อย, ปานกลาง, มาก)

  • กลุ่มอาหารที่จัดเป็น “ปัญหา” ซึ่งควรเว้นจากการรับประทานเป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน
  • กลุ่มอาหารที่เป็นปัญหาปานกลาง ควรจะลดการรับประทานอาหารชนิดนั้น ๆ ลง และหมุนเวียนการรับประทานอาหารเหล่านั้นเป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน เพื่อหลีกเลี่ยงการเพิ่มขึ้นของการแพ้
  • กลุ่มอาหารที่ไม่พบปัญหา หรือมีปัญหาระดับต่ำ สามารถรับประทานได้โดยไม่มีข้อจำกัด ยกเว้นแต่อาหารบางชนิดที่เคยมีประวัติการแพ้อาหาร (IgE Food Allergy)

หากคุณต้องการคำปรึกษาเรื่องการดูแลผิวพรรณ คุยกับเราสิครับ

เปิดให้บริการทุกวัน 12.00 – 21.00 น.

โทร : 02 102-1198
สายด่วน : 099 228 2992

เพิ่มเพื่อน